หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา กฎหมายและความรู้ สนับสนุนเรา แจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์ เครือข่ายเรื่องการค้ามนุษย์ ติดต่อเรา
ข่าวประจำวัน
 สลด เด็ก7ขวบเดินเร่ขายพวงมาลัย 
   รวบพ่อค้าเนื้อสดคาโรงแรมเชียงใหม่ 
   แม่โร่ร้องลูกสาว 4 ขวบ หายตัวลึกลับ  
   3ชายโฉดรุมโทรมสาว 14 ติดเชื้อเอดส์ 
   ปวีณาพร้อม 191 จับแก๊งกะเทยค้ากามเด็ก 
   
สมัครรับจดหมายข่าว
รับข่าว ยกเลิก  
 
  
  
   
 
สามารถนำลิงค์ด้านล่างไปวาง
ที่หน้าเว็บไซต์ของท่านได้แล้ว

<a href="http://www.notforsale.in.th"
title="ต่อต้านการค้ามนุษย์">
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์
</a>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระจาย
ข้อมูลและความรู้</p>
 
 
 

 

 

แถลงการณ์เนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2559 

ในประเด็นปัญหาการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทาน

โดย 

โครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน มูลนิธิกระจกเงา 

 

 


 

 

         ในห้วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าทางรัฐบาลจะได้มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทาน โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกระทรวงหลักในการดูแลปัญหาดังกล่าว ร่วมกับภาคีเครือข่ายของภาครัฐ อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงสาธารณะสุข เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ก็ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขอทานและคนไร้ที่พึ่ง กรุงเทพมหานครและศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งตามจังหวัดต่างๆ ขึ้น เพื่อดำเนินบทบาทในการลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็กขอทานและคนไร้ที่พึ่งเป็นรายกรณี อีกทั้งยังมีการออกนโยบายจัดระเบียบขอทานทั่วประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถช่วยเหลือกลุ่มขอทานทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้เป็นจำนวนมาก

 

         แต่อย่างไรก็ตามโครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน มูลนิธิกระจกเงา พบว่ายังคงมีข้อบกพร่องอีกหลายประการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐควรเร่งแก้ไขเพื่อให้ระบบกลไกการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากการขาดประสิทธิภาพหรือช่องว่างที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาเด็กขอทานที่เกี่ยวเนื่องกับการค้ามนุษย์ในระยะยาว ซึ่งจะมีผลให้ปัญหาดังกล่าวนี้ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

 

         ซึ่งข้อบกพร่องที่ทางโครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน มูลนิธิกระจกเงา เห็นว่าควรได้รับการแก้ไขมีทั้งหมด 9 ประการ ดังนี้

 

         1. ในปัจจุบันแม้ว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะใช้มาตรการตรวจ DNA เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างเด็กและผู้ที่พาเด็กมาขอทานบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวยังคงจำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางจังหวัดเท่านั้น จึงควรมีการเพิ่มมาตรการนี้ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

 

         2. ภายหลังการช่วยเหลือเด็กขอทานควรมีการนำส่งเด็กเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ทุกราย เพื่อให้ทราบถึงวิธีการในการลักลอบเข้าเมืองผ่านเส้นทางชายแดนต่างๆ หรือการเดินทางจากด่านชายแดนมายังพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย รวมถึงผู้ที่เรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ ตามแนวชายแดน ฯลฯ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขยายผลจับกุมกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ที่ลักลอบนำเด็กกัมพูชาเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดปัญหากรณีเด็กถูกขบวนการค้ามนุษย์นำกลับเข้ามาขอทานซ้ำได้

 

         3. เจ้าหน้าที่ตำรวจบางท้องที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงขั้นตอนปฏิบัติหลังการช่วยเหลือเด็กขอทานว่าจะต้องจัดทำแบบบันทึกการช่วยเหลือและออกหนังสือเพื่อส่งต่อเด็กไปยังหน่วยงานหรือสถานคุ้มครองเด็กที่ใด ซึ่งควรมีการจัดทำชุดข้อมูลแนวทางการปฏิบัติภายหลังการช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติให้มากยิ่งขึ้น

 

         4. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานเพิกเฉยที่จะลงไปดำเนินการสืบสวนหรือเก็บข้อมูลเด็กขอทานภายหลังจากที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยทันที จึงทำให้หลายกรณีเด็กขอทานไม่ได้รับความช่วยเหลือตามความคาดหวังของคนในสังคม รวมถึงการบอกปัดความรับผิดชอบในการลงช่วยเหลือเด็กขอทาน ทั้งๆ ที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ก็ได้ให้อำนาจหน้าที่ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ (ตามนิยามในมาตรา 4) ไว้อย่างชัดเจน         

 

5. ปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทานไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ของรัฐมากเท่าที่ควรนัก เหตุเพราะถูกจัดว่าเป็นปัญหาการค้ามนุษย์ที่มีสภาพความรุนแรงน้อยกว่าการค้ามนุษย์ในภาคแรงงานประมงหรือการค้าประเวณี อีกทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่บางส่วนยังมีทัศนคติที่ว่าการช่วยเหลือเด็กขอทานเป็นคดีที่ไม่น่าสนใจ โดยมิได้มองให้ลึกซึ้งถึงอนาคตภายหน้าว่าการที่เด็กขอทานต้องขาดโอกาสทางการศึกษา นั่นย่อมหมายถึงเมื่อเด็กเติบโตขึ้นก็มีความเสี่ยงที่จะก้าวเข้าสู่ปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบอื่นๆ ได้เช่นกัน

 

         6. ในปัจจุบันยังไม่มีสถานคุ้มครองเด็กที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เป็นการเฉพาะ จึงทำให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์จำต้องอยู่ในสถานแรกรับเด็กที่บางแห่งมีสภาพแออัดและไม่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กที่บอบช้ำจากการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

 

         7. ณ ขณะนี้ยังไม่มีการตีความให้ชัดเจนว่ากรณีที่บุพการีของเด็กเองมีพฤติกรรมในการบังคับบุตรให้มาทำการขอทาน ซึ่งมีการกระทำความผิดครบองค์ประกอบตามมาตรา 6 ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 นั้น ควรถือว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ (ต่างจากกรณีบุพการีบังคับบุตรให้ทำการค้าบริการทางเพศที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์) ปัจจุบันจึงมีลักษณะการใช้ดุลยพินิจของแต่ละบุคคลเป็นบรรทัดฐาน หาใช่การตีความตามกฎหมายเพื่อนำไปใช้ในทางปฏิบัติร่วมกันไม่

 

         8. ปัญหาเรื่องการนำเด็กมาขายสินค้าต้นทุนต่ำ เช่น ดอกกุหลาบ, ลูกอม, ปากกา, ลูกโป่ง ฯลฯ เป็นหนึ่งในปัญหาที่มีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากไม่มีมาตรการในการควบคุมที่ชัดเจน จึงทำให้มีการแฝงในการนำเด็กทั้งจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านมาแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบดังกล่าวมากยิ่งขึ้น จึงควรมีการพิจารณาในการหาแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันเพื่อมิให้ปัญหาดังกล่าวลุกลามบานปลายจนยากจะแก้ไขได้ในอนาคตต่อไป

 

         9. การรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักต่อปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทานยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐมากเท่าใดนัก ซึ่งแท้จริงแล้วการสร้างความตระหนักต่อสังคมและเชิญชวนให้เข้ามามีส่วนร่วมโดยการหยุดการให้เงินและช่วยแจ้งเบาะแสยามที่พบเห็นเด็กขอทานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเท่ากับเป็นการทำลายธุรกิจเด็กขอทานลงอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ควรเพิ่มกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือกระทรวงการต่างประเทศให้เข้ามามีบทบาทในการรณรงค์ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เลิกพฤติกรรมการให้เงินกับเด็กขอทานในประเทศไทย เพื่อลดรายได้ของเด็กขอทานให้เหลือน้อยที่สุดให้ได้

 

         ทั้งหมดนี้เป็นข้อแนะนำจากโครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งพบปัญหาจากการดำเนินบทบาทในการช่วยเหลือเด็กขอทานที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์มาอย่างยาวนาน โดยหากภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงกลไกการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ย่อมก่อให้เกิดความหวังต่อคนในสังคมไทยโดยรวม อีกทั้งจะเป็นการช่วยให้ชะตากรรมของเด็กน้อยอีกหลายชีวิตไม่ต้องมาจบลงเพียงแค่ข้างถนนด้วย..... 

 

โครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน 

 

     มูลนิธิกระจกเงา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่าน 588 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 รายงานสถานการณ์ปัญหาเด็กขอทานรอบปี 2559
 แถลงการณ์เนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2559 ในประเด็นปัญหาการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทาน
 รายงานสถานการณ์ปัญหาเด็กขอทานรอบปี 2558


 
   Design By NgosCyber
 
© 2008 notforsale.in.th.All rights reserved