หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา กฎหมายและความรู้ สนับสนุนเรา แจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์ เครือข่ายเรื่องการค้ามนุษย์ ติดต่อเรา
ข่าวประจำวัน
 สลด เด็ก7ขวบเดินเร่ขายพวงมาลัย 
   รวบพ่อค้าเนื้อสดคาโรงแรมเชียงใหม่ 
   แม่โร่ร้องลูกสาว 4 ขวบ หายตัวลึกลับ  
   3ชายโฉดรุมโทรมสาว 14 ติดเชื้อเอดส์ 
   ปวีณาพร้อม 191 จับแก๊งกะเทยค้ากามเด็ก 
   
สมัครรับจดหมายข่าว
รับข่าว ยกเลิก  
 
  
  
   
 
สามารถนำลิงค์ด้านล่างไปวาง
ที่หน้าเว็บไซต์ของท่านได้แล้ว

<a href="http://www.notforsale.in.th"
title="ต่อต้านการค้ามนุษย์">
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์
</a>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระจาย
ข้อมูลและความรู้</p>
 
 
 

 
       

 

รูปแบบค้ามนุษย์เปลี่ยนไป เหยื่อมองนายจ้างเป็นผู้มีพระคุณ



วันศุกร์ ที่ 29 ต.ค. 2553    กรุงเทพฯ 29 ต.ค.- แกนนำเด็กและเยาวชนลุ่มแม่น้ำโขง ประชุมยุติการค้ามนุษย์และการย้ายถิ่น พบรูปแบบค้ามนุษย์เปลี่ยนไป นายจ้างทำให้เหยื่อเห็นว่าเป็นผู้มีพระคุณ ส่วนชาวลาวยอมรับนิยมมาทำงานในไทยแบบผิดกฎหมายเพราะอยู่ในประเทศไม่มีงานทำ แม้จะได้ค่าแรงเดือนละ 1,000 บาท
   
นายจักรกริสน์ จันทร์แสง ผู้ประสานงานเผยแพร่และรณรงค์โครงการระดับภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงโครงการปกป้องคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาประโยชน์และการค้ามนุษย์ในอนุภาคลุ่มน้ำโขง Save the Children UK’s เปิดเผยว่า รูปแบบการค้ามนุษย์มีพัฒนาการที่เปลี่ยนไปนายจ้างทำให้เหยื่อรู้สึกเป็นผู้มีพระคุณ ด้วยการใช้คำพูด และการกระทำให้เข้าใจว่า การมาทำงานทำให้มีรายได้ แต่ทางปฏิบัติแล้ว นายจ้างมีการหาประโยชน์นอกจากการให้ค่าแรงงานที่ต่ำแล้ว ยังมีการนำสินค้ามาขายในโรงงานให้แรงงานซื้อ เงินทองก็หมุนเวียนอยู่ในโรงงาน ส่วนงานค้าประเวณี นายจ้างทำให้เหยื่อเข้าใจว่า การมาทำงาน แม้จะไม่เต็มใจแต่เหยื่อก็มีงานมีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว เป็นต้น โดยแต่ละปีมีเหยื่อค้ามนุษย์ประมาณ 200,000 คน มีทั้งถูกนำมาทำงาน ค้าประเวณี และขายแรงงาน ใน 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหามากที่สุด เนื่องจากเป็นทั้งประเทศปลายทางของขบวนการค้ามนุษย์ เหยื่อมาจากทุกประเทศ และยังมีเหยื่อที่เป็นคนไทยที่ถูกส่งไปค้าแรงงานต่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ ร้อยละ 70 คือ แรงงานต่างประเทศเข้ามาทำงานในไทย ส่วนใหญ่ เป็นชาวลาว พม่า และกัมพูชา ตามลำดับ ส่วนอีกร้อยละ 30 แรงงานไทยถูกส่งไปทำงานต่างประเทศ เช่นในญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และยุโรป  ทั้งนี้ แนะให้ประเทศมีการทำงานประสานร่วมมือกันทุกฝ่าย เพราะส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อได้ แต่กลับสาวไปไม่ถึงต้นตอ เพราะเหยื่อเกิดอาการหวาดกลัว และรู้สึกว่าเมื่อได้รับการช่วยเหลือแล้วก็ปลอดภัย จึงไม่ยอมพูดอะไร ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีข้อมูลไปถึงตัวผู้บงการ หากผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่สอบปากคำ จึงแนะนำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือเหยื่อออกมาทำงานประสานร่วมกัน
   
ด้าน น.ส.ทิพสร หลวงชะลาด ตัวแทนเยาวชนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กล่าวว่า ชาวลาวนิยมเดินทางมาทำงานในประเทศไทยเพื่อมาหาเงิน ส่วนใหญ่ไม่มีการศึกษา และไม่มีงานทำ จึงลักลอบเข้ามาทำงาน ส่วนใหญ่ถูกนายจ้างกดขี่แรงงาน รายหนึ่งที่ได้เข้าไปช่วยนำตัวออกมา เป็นลูกจ้างทำงานบ้าน ถูกนายจ้างใช้เตารีดมาทาบหน้า อ้างว่ารีดผ้าไม่เรียบ จากการสอบถามทำให้ทราบว่าได้รับค่าจ้างเดือนละ 1,000 บาท หรือประมาณ 250,000 กีบ ซึ่งค่าแรงขั้นต่ำในลาวเฉลี่ยที่ 450,000 กีบ แต่คนลาวยังนิยมมาทำงานในไทยเพราะต่างมีความคิดว่าเป็นประเทศที่ทำให้มีรายได้ มีงานทำ และอยู่ที่ลาวก็ไม่รู้จะทำอะไร ซึ่งตนเองในฐานะเป็นตัวแทนเยาวชนที่ทำงานด้านนี้ จะรณรงค์ให้ชาวลาวเข้าใจและมีความรู้ถึงผลเสียของการถูกหลอกมาเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ เสนอให้มีการบรรจุลงไปในหลักสูตรการเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา

สำหรับวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการประชุมแกนนำเด็กและเยาวชนในประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง เรื่อง การยุติการค้ามนุษย์และการย้ายถิ่น ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 24-30 ต.ค.ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในพีธีปิดการประชุม เยาวชนทั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา เวียดนาม สหภาพพม่า สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ยื่นข้อเสนอต่อเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศลุ่มน้ำโขงเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์และการย้ายถิ่นที่ไม่ปลอดภัยในเด็ก 8 ด้าน ได้แก่ ด้านคุ้มครองผู้เสียหาย รัฐบาลควรติดตามประเมิณสภาพจิตใจครอบครัวผู้เสียหาย, การศึกษา ควรสอดแทรกความรู้เรื่องการค้ามนุษย์ฯ เข้าในหลักสูตรการศึกษา, การส่งเสริมระบบคุ้มครองเด็กย้ายถิ่นและเด็กต่างชาติ รัฐบาลควรมีสายด่วนช่วยเหลือเด็กต่างชาติและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์, แรงงาน รัฐควรติดตามและจับกุมนายหน้าที่เอาเปรียบค่าแรงงาน, การเดินทางข้ามชายแดนและหลักฐานประจำตัว เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องไม่เอาเปรียบหรือแสวงหาผลประโยชน์, การรณรงค์สร้างความตระหนักและการทำงานของสื่อมวลชน สื่อต้องร่วมมือกับรัฐบาลในการเผยแพร่ข้อมูล, การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน รัฐควรอบรมและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของเด็ก และการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ควรแน่ใจว่าผู้ค้ามนุษย์จะไม่สามารถหลบหนีได้ 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

วันที่ : 29 ตุลาคม 2553

       

อ่าน 848 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 สลด เด็ก7ขวบเดินเร่ขายพวงมาลัย
 รวบพ่อค้าเนื้อสดคาโรงแรมเชียงใหม่
 แม่โร่ร้องลูกสาว 4 ขวบ หายตัวลึกลับ
 3ชายโฉดรุมโทรมสาว 14 ติดเชื้อเอดส์
 ปวีณาพร้อม 191 จับแก๊งกะเทยค้ากามเด็ก


 
   Design By NgosCyber
 
© 2008 notforsale.in.th.All rights reserved